ภาษากายเป็นสิ่งที่แสดงความรู้สึกในใจออกมาเสมอ และซื่อสัตย์กว่าคำพูด
เพราะคำพูดเราสามารถดัดแปลง ตบแต่ง หรือปั้นแต่งขึ้นมาอย่างไรก็ได้ตามที่สมองเราสั่งในลักษณะของการพูดโกหก ปกปิด พูดให้ดูดี รักษามารยาท หรือ เพื่อรักษาน้ำใจของอีกฝ่าย คำพูดจึงล้อไปกับสถานการณ์และยากมากที่จะหาความซื่อตรงอย่างตรงไปตรงมาอย่างแท้จริง
แต่ท่าทาง สีหน้าและร่างกายจะเป็นการแสดงออกที่คนเรากระทำไปโดยที่ไม่รู้ตัว (unconcious) และหลายครั้งเราไม่ทันระวังและเกิดขึ้นอย่างอัตโนมัติ
วันนี้ผมจะมาแนะนำ “ท่านั่งฟัง” ที่เป็นรูปแบบคลาสสิคแบบหนึ่งที่บ่งบอกได้ว่าผู้ฟังอาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่เราพูด

ท่านั่งนี้จะประกอบด้วยภาษากาย 7 อย่าง
- นั่งไขว้ขา (Legs cross)
- กอดอกด้วยมือข้างเดียว (Arm cross)
- นิ้วโป้งชันคาง (Thumb support chin)
- ปิดปากด้วยนิ้วกลาง (Covering mouth)
- นิ้วชี้ ชี้ขึ้น (Finger index Pointing up)
- ก้มหน้า กดคางลง (Tilting down of head and chin)
- หลังพิงพนัก เอนตัวไปข้างหลัง (Sit back)
ท่านั่งจะเห็นได้ชัดว่ามีสัญลักษณ์รวมถึงการป้องกันตัว (Defensive) จากการไขว้ขา กอดอก ใช้นิ้วปิดปาก และมีลักษณะบ่งบอกถึงถึงการปฎิเสธ (Display negative / refusal) จากการก้มหน้าและเอนหลังพิงพนักเก้าอี้
ถ้าจะถอดเสียงที่อยู่ในใจอาจจะสะท้อนออกมาเป็นข้อความว่า
- ฉันไม่เชื่อ / ไม่ค่อยเชื่อคนๆนี้เลย
- ดูซิเขาจะพูดอะไร ?
- เขาจะโกหกฉันหรือเปล่า ?
- จะเชื่อเขาได้ไหมน้า ?
- ฉันจะต้องระวังสิ่งที่คนนี้พูด !
เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นผู้บรรยาย วิทยากร อาจารย์ ทนาย ผู้พิพากษา อัยการ ครู หรือ แม้แต่นักขาย ทำงานสัมภาษณ์ คุณสามารถสังเกตุท่านั่งของอีกฝ่ายว่ามีภาษากายเหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้ภาษากายทั้ง 7 ลักษณะอาจไม่ปรากฎครบทุกข้อ เช่น บางคนอาจจะไม่นั่งไขว้ขา แต่อยากให้จดจำว่ายิ่งมีภาษากายแสดงออกมาเยอะเท่าไหร่ (Cluster of Body langauge) จะยิ่งบ่งบอกถึงความไม่เชื่อและการปฎิเสธ (Disbelieve , Skeptical) ของอีกฝ่ายมากขึ้นเท่านั้น พูดง่ายๆคือยิ่งแม่นยำและชัดเจนมากขึ้น (Intensity / Sigification) และอีกประเด็นที่เราจะอ่านภาษากายได้ผิด (Misread) คือคนที่ชอบนั่งท่านี้เป็นประจำเป็นท่าประจำตัว
ภาษากายที่ผมกล่าวมานี้ จะไม่ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ วัฒนธรรมหรือชาติพันธุ์ จึงพบเห็นจากทุกคนที่เป็นมนุษย์ (Universal) ทั้งนี้บางภาษากายอาจจะได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรม สังคม หรือ ศาสนา ทำให้จำกัดเป็นภาษากายของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เช่น คนไทยไม่มีวัฒนธรรมของการจับมือทักทาย และไม่แสดงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง เช่น การกอด จูบ ในที่สาธารณะ เป็นต้น

ลองดูท่านั่งของคุณผู้ชายด้านซ้ายมือของรูปคุณคิดว่าเขารู้สึกยังไงระหว่างที่ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ พูดชี้แจงว่าซิโนแวค ดียังไง (บทวิเคราะห์ตัวเต็มของ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ในลิ้งนี้)
ขอให้สนุกกับการเรียนรู้นะครับ
ทพ.อภิชาติ ลีนานุรักษ์ (หมอมด)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น สถานการณ์อ้างอิงเพื่อใช้ในการสอนจะคัดเลือกมาจากหลายวงการ เช่น นักการเมือง นักแสดง นักร้อง นักกีฬา นักธุรกิจ และบุคคลสาธารณะที่ปรากฎในสื่อสาธารณะ เช่น ข่าว รายการโทรทัศน์ งานแถลงข่าว สัมภาษณ์ รายการในยูทูป (youtube)ทั้งในและต่างประเทศ การตีความและอธิบายภาษากายทุกอย่างเพื่อการเรียนรู้และแสดงผ่านมุมมองของผม ว่าผมมีความเห็นอย่างไรต่อสถานการณ์เหล่านั้นเท่านั้น และไม่มีจุดประสงค์เพื่อหวังประโยชน์ด้านการเมือง หรือเพื่อละเมิดกับบุคคลใด กลุ่มการเมือง หรือ ศาสนาใด ทั้งสิ้น
1 Response
[…] […]