
ใน VDO นี้เป็นเหตุการณืที่คุณสมปอง ออกมาชี้แจ้งกรณีที่เลิกทำงานให้กับคุณติ๋ม ทีวีพูล ซึ่งคาดว่าคงมีความขัดแย้งอย่างมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่แยกทางกันและคุณติ๋มเองก็ออกมาร่ายยาวถึงประเด็นต่างๆที่มีปัญหากัน (ลิ้ง)
สิ่งที่น่าสังเกตคือการมีแก้วกาแฟวางอยู่กลางโต๊ะตลอดช่วงเวลาของ VDO ทำให้ผมนึกถึงภาษากายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Object Blocking หรือการสร้างกำแพงกั้น

อธิบายได้ว่าพื้นฐานของมนุษย์จะพยายามหลีกหนี หรือ ถอยห่างจากสิ่งที่กลัวและไม่ชอบ สิ่งนี้ติดตัวคนเรามาจากรุ่นต่อรุ่นมาหลายแสนปีและคงอยู่จวบจนปัจจุบัน และเราจะพบการหลีกหนีทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
ในเด็กจะสังเกตง่าย เช่น การที่เราป้อนอาหารเด็กทารกแล้วเขาไม่อยากกินก็จะสบัดหน้าหนี หรือเราเรียกเด็กให้มาอาบน้ำแต่เขาไม่อยากอาบ ก็อาจจะวิ่งหนีไปทางอื่น เป็นต้น
ส่วนในผู้ใหญ่จะมีรูปแบบการหลีกหนีจากสิ่งที่ไม่ชอบได้หลากหลายกว่า เพราะสมองทุกส่วนพัฒนาเต็มที่โดยเฉพาะสมองส่วนนอก และด้วยบริบททางสังคมที่บังคับเราไว้ ทำให้ไม่สามารถสบัดหน้า หรือ วิ่งหนีเวลาเจอสิ่งที่ไม่ชอบแบบเด็กเพราะย่อมดูไม่มีกาละเทศะ ผู้ใหญ่จึงมีรูปแบบที่หลากหลายเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่จิตใจ ดังเช่น การเอาอะไรสักอย่างมากั้นระหว่างเรากับสิ่งที่ไม่ชอบเสมือนสร้างกำแพงป้องกัน อาจจะเป็นมือถือ ปากกา กระเป๋า หรือในกรณีของคุณสมปอง เราจะพบแก้วกาแฟ หรือเราอาจจะใช้มือ หรือ แขนเพื่อบัง เอนตัวห่างออกมา (Distancing) เป็นต้น
ทั้งหมดเป็นสภาวะทางจิตวิทยาที่มนุษย์เราทำไปโดยไม่รู้ตัว เป็นรูปแบบของสัญชาติญาณที่ปรากฎออกมาเป็นภาษากายให้เราสามารถใช้วิเคราะห์ได้
ข้อถกเถียง
เป็นไปได้ไหมว่าการวางแก้วกาแฟนี้ไม่ได้เกิดจากคุณสมปองวางไว้เอง แต่อาจจะเป็นทีมงานวางเอาไว้ จัดฉากไว้ หรือคุณสมปองก็วางของเขาอยู่แบบนี้เป็นประจำ ไม่ได้วางไว้ด้วยเหตุผลทางจิตวิทยาดังที่อธิบายมา ?
คำตอบคือ ถูกต้องครับ ทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ เนื่องจากเราไม่สามารถเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่าใครวางแก้ว และไม่มีโอกาสเปรียบเทียบกับวีดิโออื่นๆที่ใกล้เคียงกันที่มีแก้ววางบนโต๊ะ เราจึงไม่สามารถสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งได้
ผมยังนึกถึงความเป็นไปได้อื่น ๆ อีก เช่น การวางแก้วนี้เป็นความตั้งใจที่จะโฆษณากาแฟก็เป็นได้ และด้วยความที่ความเป็นไปได้นั้นมีขอบเขตที่กว้าง การตีความภาษากายจากแก้วกาแฟใบเดียวว่าคุณสมปองอยู่ในสภาวะกลัวหรือมีความประหม่า ย่อมขาดแม่นยำและขาดความน่าเชื่อถือพอสมควร
เราจึงควรมีข้อมูลของภาษากายอื่นๆมาร่วมด้วยเสมอ ยื่งเยอะยิ่งดีเพื่อเพิ่มข้อมูลในการวิเคราะห์ให้แม่นยำ
ขอให้สนุกกับการเรียนรู้
ทพ.อภิชาติ ลีนานุรักษ์ (หมอมด)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น สถานการณ์อ้างอิงเพื่อใช้ในการสอนจะคัดเลือกมาจากหลายวงการ เช่น นักการเมือง นักแสดง นักร้อง นักกีฬา นักธุรกิจ และบุคคลสาธารณะที่ปรากฎในสื่อสาธารณะ เช่น ข่าว รายการโทรทัศน์ งานแถลงข่าว สัมภาษณ์ รายการในยูทูป (youtube)ทั้งในและต่างประเทศ การตีความและอธิบายภาษากายทุกอย่างเพื่อการเรียนรู้และแสดงผ่านมุมมองของผม ว่าผมมีความเห็นอย่างไรต่อสถานการณ์เหล่านั้นเท่านั้น และไม่มีจุดประสงค์เพื่อหวังประโยชน์ด้านการเมือง หรือเพื่อละเมิดกับบุคคลใด กลุ่มการเมือง หรือ ศาสนาใด ทั้งสิ้น